Show Posts
Pages: [1] 2
1  รวมเว็บไซต์สวย ไอเดียจ๊าบ / เว็บไซต์ที่ออกแบบด้วย Html + CSS / เว็บ สวยๆ มีตัวอย่างและวิธีทำ ครบครัน on: June 28, 2010, 06:33:39 PM
The Best Tutorials & Resources.
The Best Tutorials & Resources. Free. เป็นเว็บสวยที่น่าสนใจมากครับ เพราะมีตัวอย่างและวิธีทำให้เว็บไซต์ให้สวยๆ ครบครัน เหมาะเอาไว้หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ พร้อมความรู้ใหม่ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ลองเข้าไปชม และ ศึกษา กัน ดู ครับ
2  รวมเว็บไซต์สวย ไอเดียจ๊าบ / เว็บไซต์ที่ออกแบบด้วย Flash / เว็บ เฟอร์นิเจอร์ สวยๆ ด้วย Flash on: June 28, 2010, 06:21:50 PM

เว็บ ขายเฟอร์นิเจอร์ ครับ ดีไซน์ สีขาวดูเรียบๆ แต่ ต้องลองเข้าไปดูกัน เห็นแล้วจะต้องร้องว้าว!!  กับลูกเล่นของเค้า
3  ข่าว / ข่าวไอที / ซอง ipad กันน้ำ on: June 03, 2010, 10:27:33 AM
      Tunewear บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมการทำงานแก็ดเจ็ตในโตเกียวประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาสิ่งที่ผู้ใช้ไอแพด (iPad) หลายๆ คนอาจต้องการ โดยเฉพาะใครที่ต้องการนำไอแพดไปใช้ตั้งแต่ในห้องน้ำ ห้องครัว หรือแม้แต่ชายทะเล มันคือ waterwear for iPad ซองใสกันน้ำสำหรับไอแพดที่สามารถใช้งานได้แม้อยู่ในซอง
      Waterwear เป็นซองใสกันน้ำที่สามารถใส่ไอแพด หรือแท็บเล็ตของเจ้าใดก็ได้ โดยผู้ใช้ยังคงสามารถสัมผัสหน้าจอผ่าน(บนซอง) เพื่อใช้งานอุปกรณ์ได้ตามปกติ ราวกับว่า มันไม่ได้ถูกห่อหุ้มอยู่ ในขณะเดียวกันตัวซองพลาสติกใสยังมีความยืดหยุ่นเล็กน้อยช่วยปกป้องรอยขีดข่วน หรือการกระทบกับวัตถุอื่นๆ ได้อีกด้วย


      Waterwear ออกมาเอาใจผู้ใช้ไอแพดทีต้องการท่องเน็ต อัพเดตเฟซบุ๊ก หรืออ่านอีบุ๊กในขณะแช่ตัวในอ่างน้ำอย่างสบายใจ นอกจากนี้สายคล้องที่อยู่ด้านบนของซองใส่ยังสามารถปรับระดับได้ ดังนั้นคุณสามารถแขวนมันไว้ในระดับสายตาโดยไม่ต้องถือให้เมื่อยได้อีกด้วย สนนราคาของ Waterwear for ipad อยู่ที่ 3,480 เยน หรือประมาณ 1,250 บาท

ที่มา : arip.co.th
4  ข่าว / ข่าวไอที / Re: ระวัง!!! หนอนโจมตีผู้ใช้ Facebook on: June 03, 2010, 10:03:14 AM
ขอ รูป ด้วยจิ อยาก เหง ภาพ อ่า
5  ข่าว / ข่าวไอที / กล้องวิดิโอ Full HD ใต้น้ำตัวแรกของโลก on: June 01, 2010, 10:34:05 AM
 รายงานข่าวล่าสุด ซันโย (Sanyo) เปิดตัว Sanyo Xacti DMX-CA100 กล้องบันทึกวิดีโอดิจิตอล และภาพนิ่งทีมาพร้อมกับระบบกันน้ำ อีกทั้งยังสามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพระดับฟูลไฮเดฟฯ (1080p) ที่อัตราเฟรม 60 fps ขณะอยู่ใต้น้ำได้อีกด้วย

Sanyo Xacti DMX-CA100 แคมคอร์เดอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทางบริษัทอ้างว่า มันเป็นกล้องถ่ายวิดีโอตัวแรกของโลกที่สามารถบันทึกคลิปวิดีโอคุณภาพระดับ 1080p Full HD ได้ ประเด็นมันไม่ได้แค่การทำให้กล้องรุ่นนี้กันน้ำได้เท่านั้น แต่มันอยู่ที่ความสามารถในการบันทึกวิดีโอใต้น้ำที่ระดับความลึก 10 ฟุตที่ความละเอียด 1080p (H.264) ด้วยอัตราเฟรมที่สูงถึง 60 เฟรมต่อวินาที ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

นอกจากคุณจะสามารถใช้ Sanyo Xacti DMX-CA100 ถ่ายคลิปฟูลไฮเดฟใต้น้ำได้แล้ว คุณยังสามารถใช้มันถ่ายภาพดิจิตอล (ซูมออปติคัลได้ 6 เท่า) ที่ความละเอียด 14 ล้านพิกและสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 22 ภาพด้วยอัตราเฟรม 7 fps ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลใน Burst mode ได้อีกต่างหาก ซันโยตั้งใจที่จะวางตลาดกล้องถ่ายวิดีโอรุ่นนี้ในเดือนมิถุนายน โดยมีให้เลือก 3 สีด้วยกันได้แก่ ดำ เหลือง และชมพู อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องราคาของมันให้ทราบแต่อย่างใด

ที่มา : ARIP
6  ข่าว / ข่าวไอที / Firefox Home เชื่อมไฟร์ฟอกซ์กับไอโฟน on: May 28, 2010, 10:55:59 AM
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มอซิลล่า (Mozilla) ได้ให้รายละเอียดเกียวกับ Firefox Home แอพพลิเคชันบนไอโฟน (iPhone) ที่ทำงานแบบเดียวกับ Firefox Sync ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงประวัติการท่องเว็บในอดีต (history) บุ๊กมาร์ค (bookmarks) และค่ากำหนดของแท็บ (tab setting) จากบราวเซอร์ไฟร์ฟอกซ์ที่ใช้งานบนเดสก์ทอป นั่นหมายความว่า คุณเคยท่องเว็บเพื่อดูอะไรบนเดสก์ทอป Firefox Home บนไอโฟนจะให้คุณเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้
มอซิลล่าประกาศเตรียมแจกฟรีแอพฯบนไอโฟนที่มีการทำงานในลักษณะของการเข้ารหัสระหว่างเซิร์ฟเวอร์กับไคลเอ็นต์ เพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึงชุดข้อมูลการท่องเว็บส่วนตัวของผู้ใช้ โดยได้ยื่นพิจารณา Firefox Home ไปยัง Apple เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอการพิจารณา
ปกติแอปเปิ้ลมักจะไม่พิจารณาให้แอพฯที่มีฟังก์ชันซ้ำซ้อนกับทีมีอยู่ในไอโฟนแล้ว ซึ่งก็ถูกต่อต้านโดยเหล่าบรรดาบราวเซอร์ต่างๆ มากมาย เนื่องจากแอปเปิ้ลอ้างว่า ในไอโฟนมี Safari ให้ใช้อยู่แล้ว แต่ในที่สุด Opera ก็ได้ทะลายกำแพงดังกล่าวลงไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม Firefox Home เป็นแอพฯเสริมการใช้บริการอินเทอร์เน็ตของมอซิลล่ามากกว่าที่เป็นบราวเซอร์ที่สมบูรณ์ แต่อย่างน้อย มันเป็นวิธีที่จะทำให้ผู้ใช้ไอโฟนได้รู้จักไฟร์ฟอกซ์ Firefox Home สามารถทำงานบน iPad ด้วย แม้มันจะไม่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้บนไอแพดก็ตาม


ที่มา : arip.co.th
7  ข่าว / ข่าวไอที / Re: Magic Mouse ใช้กับ Win 7 ได้แล้ว!!! on: May 26, 2010, 12:16:01 PM
ตาม นั้น เลย ครับ พอใช้กับ windows แล้ว ....

อย่าเอ่ย เลย
8  ข่าว / ข่าวไอที / Re: ความร้อนกับคอมพ์พัง on: May 26, 2010, 12:14:32 PM
ผม ก็ เคย ครับ

ช่วงฤดูร้อน

เล่นๆ คอม ดับ ซะงั้น

เลย ต้อง สละพัดลมที่ เป่าคน ให้ คอม ด้วย
9  ข่าว / ข่าวไอที / เทคโนโลยีใหม่ คลื่นแสง LED แทนคลื่นวิทยุ (Wi-Fi) !! on: May 24, 2010, 11:11:27 AM
ฝ่ายวิจัยของ Boston University ได้พัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายแบบใหม่ โดยใช้คลื่นแสงจาก LED แทนคลื่นวิทยุ (Wi-Fi) ซึ่งโครงการดังกล่าวใช้เม็ดเงินสนับสนุนถึง 18.5 ล้านเหรียญฯ เลยทีเดียว ทั้งนี้ นักวิจัยคาดว่า จะสามารถใช้แสงสว่างจาก LED ที่ใช้พลังงานต่ำเป็นช่องทางการสื่อสารไร้สายด้วยอัตราเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลตั้งแต่ 1 -  10Mbps โดยทีมงานเรียกเครือข่ายไร้สายแต่ไม่ไร้แสงนี้ว่า เครือข่ายแสงอัจฉริยะ "Smart Lighting network" ที่นอกจากจะประหยัดไฟแล้ว ยังปลอดภัยกว่าเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ที่ใช้ในปัจจุบันอีกด้วย


"ลองนึกภาพว่ าหากคอมพิวเตอร์ ไอโฟน ทีวี วิทยุ และตัวตัดไฟ สามารถสื่อสารการทำงานร่วมกันได้ทันทีที่คุณเดินเข้าไปมาในห้อง แล้วเปิดสวิทช์ไฟ LED ที่ให้แสงสว่างเท่านั้น" Thomas Little ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยบอสตัน กล่าว "เครือข่ายที่สื่อสารด้วยแสง LED นอกจากให้ประโยชน์ในเรื่องของการสือสารข้อมูลแล้ว มันยังให้แสงสว่างกับผู้ใช้อีกด้วย พลังงานที่ใช้ก็ต่ำ แถมยังมีความสเถียรสูง ปลอดภัยกว่า ไม่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสามารถติดตั้งแทนหลอดไฟที่ใช้อยู่เดิมได้อีกด้วย"

ความลับของหลอด LED แบบใหม่ทีใช้สื่อสารไร้สายก็คือ อัตราเร็วในการกระพริบที่เร็วมากกว่าที่สายตามนุษย์จะรู้สึกได้ ซึ่งการเปิดปิดของ LED จะแทนข้อมูลดิจิตอล (1 และ 0) ที่ตรวจจับโดยภาครับพิเศษที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อแปลงอัตราเร็วของการกระพริบแสงเป็นข้อมูล และเนื่องจากแสงสว่างไม่สามารถทะลุกำแพงได้เหมือนคลื่นวิทยุ ดังนั้นมันจึงมีความปลอดภัยมากกว่าเครือข่ายไร้สายแบบ Wi-Fi ว่าแต่เมื่อไรจะได้ใช้ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะ Smart Light Research Centre วางแผนพัฒนาเทคโนโลยีแสงอัจฉริยะ(ใช้สื่อสารข้อมูลได้) ภายใน 10 ปี


ที่มา : ARIP
10  ข่าว / ข่าวไอที / แม็คบุ๊กใหม่เร็วกว่าเดิม-แบตนาน 10 ชม. on: May 20, 2010, 10:10:54 AM
 หลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวการปรากฎคลิปรั่วของแม็คบุ๊ก (MacBook) รุ่นใหม่ในเวียตนาม ล่าสุดได้มีการเปิดตัวแม็คบุ๊กรุ่นดังกล่าวออกเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ยืนยันข้อความที่ได้มีการหลุดออกมาข้างต้น โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่ 999 เหรียญฯ หรือประมาณ 3,3000 บาทเท่านั้น
 เมื่อวานนี้ทางแอปเปิ้ล (Apple) ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ MacBook รุ่นใหม่ที่เจาะกลุ่มผู้ใช้เริ่มต้น โดยตัวถังเครื่องเป็นสีขาวทำด้วย Polycarbonate ภายในใช้โพรเซสเซอร์ Intel Core 2 Duo ความเร็ว 2.4GHz ชิปกราฟิกเป็น NVIDIA GeForce 320M และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 10 ชม. ซึ่งรุ่นก่อนหน้านี้จะใช้ซีพียูเป็น Intel Core 2 Duo เช่นเดียวกันแต่ความเร็ว 2.26GHz และใช้ NVIDIA GeForce 9400M แบตฯนาน 7 ชม.
ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ของเครื่องก็จะมี หน่วยความจำ DDR3 2GB (อัพเกรดเป็น 4GB) ฮาร์ดดิสก์ 250GB และดีวิดีรอมไดรฟ์ 8x (SuperDrive) ซึ่ง MacBook รุ่นใหม่นี้เป็นการอัพเกรดสเป็กขึ้นมาเทียบเท่ากับ MacBook Pro 13 นิ้วสำหรับผู้เริ่มต้น อย่างไรก็ตาม MacBook รุ่นใหม่ยังคงขาดคุณสมบัติที่พบในรุ่น Pro มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวถังอะลูมิเนียม แบคไลท์บนคีย์บอร์ด สล็อตใส่การ์ดหน่วยความจำ SD และพอร์ต Firewire 800 แต่ในขณะที่แม็คบุ๊กรุ่นใหม่จะมีคุณสมบัติการทำงานเที่ยบเท่า MacBook Pro รุ่น Entry Level ราคาของมันแค่ 999 เหรียญฯ เท่านั้น

ที่มา : http://www.arip.co.th/news.php?id=411299
11  ข่าว / ข่าวไอที / แอนตี้ไวรัสที่ใช้แน่ใจจับไวรัสเก่งจริง? on: May 18, 2010, 10:11:18 AM
Dennis Technology Labs บริษัทผู้เชียวชาญระบบรักษาความปลอดภัยได้จัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ความแม่นยำในการตรวจจับไวรัส และมัลแวร์ต่างๆ ของเหล่าบรรดาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชั้นนำ ซึ่งข้อสรุปในรายงานที่น่าสนใจก็คือ แอนตี้ไวรัสเวอร์ชันแจกฟรีบางตัวสามารถเอาชนะผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดอีกต่างหาก
ในขณะเดียวกัน ผลการทดสอบยังเผยให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ที่เรารู้จักกันดีบางตัวกลับมีระบบป้องกันไวรัส และมัลแวร์ที่ใช้ในการทดสอบได้ค่อนข้างต่ำจนไม่น่าเชื่อ ซึ่งทาง Dennis Technology Labs ใช้ภัยคุกคามที่พบในอินเทอร์เน็ตจริงๆ ในการทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันของซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Avast!, AVG, Avira, BitDefender, Kaspersky, McAfee, Microsoft, Symantec, Panda และ Trend Micro
เป็นไปตามคาด Norton Internet Security 2010 ของ Symantec เข้าวินเป็นอันดับหนึ่งตามติด้วยซอฟต์แวร์จาก Trend Micro และ Kaspersky อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบที่น่าแปลกใจทีสุดก็คือ McAfee Internet Security 2009 และ Panda Internet Security 2010 กลับเป็นสองอันดับรั้งท้าย โดยทั้งสองมีประสิทธิภาพในการป้องกันมัลแวร์ได้สำเร็จ และล้มเหลวเท่าๆ กัน

ในขณะที่ AVG เวอร์ชันแจกฟรีที่มักจะได้รับการแนะนำให้ใช้โดยนิตยสารคอมพิวเตอร์เล่มต่างๆ มีคะแนนความสามารถในการป้องกันต่ำกว่าโดยเฉลี่ย และไม่ได้เก่งกว่าซอฟต์แวร์แจกฟรีตัวอื่นๆ สักเท่าใดในการทดสอบครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Avast! Home Edition 4, Avera AntiVir Personal และ Microsoft Security Essentials ทั้งนี้องค์กรกลางอย่าง Anti-Malware Testing Standards Organisation ที่มีสมาชิกเป็นบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์อนตี้ไวรัส และบริษัททดสอบมากมายเป็นสมาชิก ได้รีวิวรายงานฉบับนี้แล้ว ซึ่งพบว่า หลักการทดสอบพื้นฐานถูกต้อง และเป็นครั้งแรกที่รายงานการทดสอบผ่านการรีวิวโดยองค์กรนี้อย่างสมบูรณ์


ที่มา : http://www.arip.co.th/news.php?id=411278
12  ข่าว / ข่าวไอที / หุ่นยนต์"หมีน้อย"ทักทายคนได้น่ารักมากๆ on: May 16, 2010, 10:00:17 AM
   วิศวกรจากบริษัทฟูจิตสึ (Fujitsu) ทำงานอย่างหนัก เพื่อพัฒนา Teddy Bear หุ่นยนต์หมีน้อยตัวเล็กน่ารักที่มาพร้อมกับตัวตรวจจับสัญญาณ หรือเซ็นเซอร์ 13 แห่งซ่อนไว้ทั่วตัวด้วยกัน ซึ่งทำให้มันสามารถแสดงออกได้มากถึง 300 พฤติกรรม เพื่อโต้ตอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวมัน
   Teddy Bear หุ่นยนต์หมีน้อยได้รับการออกแบบมา เพื่อเป็นเพื่อนเล่นสำหรับเด็กๆ กระตุ้นให้รู้จักการมีปฏิสัมพันธ์ ในขณะเดียวกันมันสามารถเป็นเพื่อนให้กับผู้สูงอายุให้รู้สึกมีชีวิตชีวากลับมาอีกครั้งได้อีกด้วย ซึ่งหุ่นยนต์ที่พัฒนาออกมาไม่เพียงแต่สามารถโต้ตอบกับคุณได้เท่านั้น แต่มันสามารถยิ้มตอบเมื่อคุณยิ้มให้ได้อีกด้วย
   Teddy Bear ยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของคุณได้อีกด้วย นั่นเป็นเพราะมันมีกล้องติดอยู่ที่จมูกของมัน ซึ่งทำให้มันสามารถเข้าใจการแสดงออกของผู้ที่เล่นกันมันได้นั่นเอง นอกจากนี้ ฟูจิตสึกำลังพัฒนาความสามารถของ Teddy Bear ด้วยการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ก เพื่อคอยให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบุคคลที่มันดูแล โดยเฉพาะการสร้างความสุขให้ผู้ที่เล่นกับมันรู้สึกสบายใจ หรือต้องการความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น

ที่มา : http://www.arip.co.th/news.php?id=411279
13  ข่าว / ข่าวไอที / Re: วิธีต่อฮาร์ดดิสก์ มากกว่า 1 ตัว ผ่าน Jumper on: May 14, 2010, 11:16:21 AM
...
14  ข่าว / ข่าวไอที / วิธีต่อฮาร์ดดิสก์ มากกว่า 1 ตัว ผ่าน Jumper on: May 14, 2010, 11:04:53 AM
สำหรับคนที่ต้องการต่อฮาร์ดดิสก์เพิ่ม
สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Desktop คงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าต้องการพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์เพิ่มโดยการต่อเพิ่มอีกสัก 1-2 ลูก แต่ก่อนอื่น เราจำเป็นต้องมาศึกษาเกี่ยวกับ Jumper ของฮาร์ดดิสก์ก่อนว่า มีความเกี่ยวข้องกับการติดตั้งฮาร์ดดิสก์เพิ่มอย่างไร


Jumper คืออะไร
จัมเปอร์ คือแผ่นพลาสติกเล็กๆ ที่ใช้สำหรับการกำหนดว่าจะให้ ฮาร์ดดิสก์นั้นๆ เป็นฮาร์ดดิสก์แบบไหน เช่น แบบ Master หรือฮาร์ดดิสก์หลัก และ แบบ Slave หรือฮาร์ดดิสก์ตัวรอง โดยปกติแล้ว ถ้าเรามีฮาร์ดดิสก์เพียงลูกเดียว ก็จะต้องกำหนดเป็น Master

การเสียบจัมเปอร์เข้ากับฮาร์ดดิสก์
ถ้าเรายกฮาร์ดดิสก์ออกมา จะพบว่าที่ช่องด้านบนจะมีช่องให้เสียบหลายๆ ช่อง ช่องตรงกลาง ระหว่าง ช่องสัญญาณ กับช่องสำหรับต่อสายไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์  คือช่องสำหรับกำหนดจัมเปอร์ จะมี 8 แท่ง การเสียบจะเสียบเป็นคู่ คือ 1 คู่กับ 2  หรือ 3 คู่กับ 4 เป็นต้น

•กำหนดเป็น Master ให้เสียบช่อง 7 และ 8   (เพื่อกำหนดให้เป็นฮาร์ดดิสก์สำหรับการ boot)
•กำหนดเป็น Cable Slave ให้เสียบช่อง 5 และ 6 (เพื่อให้คอมพิวเตอร์เลือกเองว่า ตัวไหนเป็น Slave
•กำหนดเป็น Slave ไม่ต้องเสียบช่องใดๆ เลย  (เพื่อกำหนดให้เป็นฮาร์ดดิสก์ ตัวรองเสมอ)
หลังจากการกำหนดว่าฮาร์ดดิสก์ตัวใดเป็นหลักหรือมาสเตอร์แล้ว และกำหนดตัวฮาร์ดดิสก์รองแล้ว เราสามารถนำไปต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ทันที โดยจะต้องต่อสาย 2 เส้นคือสายแพ (มีลักษณะเป็นสายแผ่นบางๆ) และสายไฟสำหรับเลี้ยงฮาร์ดดิสก์

ที่มา : http://www.it-guides.com/index.php/tips-a-techniques/hardware-tips/1268-harddisk-jumper
15  ข่าว / ข่าวไอที / ทำไม “iPad” ถึงขายดี? (ภาคไร้เทคนิค) on: May 12, 2010, 10:25:53 AM
หลายคนบอกว่าเพราะความ “เห่อ” ของสาวกแอปเปิล ทำให้คอมพิวเตอร์แท็ปเล็ตหน้าจอสัมผัสของแอปเปิลอย่างไอแพด (iPad) สามารถขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่สถิติยอดขาย 1 ล้านเครื่องภายในเวลา 28 วันนั้นทำให้เราเชื่อขนมกินได้เลยว่า นี่ไม่ใช่ความเห่อธรรมดาอย่างเดียว แต่ยังมีเหตุผลอีกหลายข้อซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่มากกว่าข้อมูลด้านเทคนิคว่าไอแพดมีความสามารถพิเศษใดบ้าง
       
       1. คนซื้อมาขายต่อ
       
       เรื่องนี้หลายคนรู้กันดี ไอแพดส่วนหนึ่งในจำนวน 1 ล้านเครื่องที่สามารถจำหน่ายได้ใน 28 วันแรกถูก “หิ้ว” ไปขายต่อในเมืองใหญ่ของประเทศที่ยังไม่รู้กำหนดวางจำหน่ายที่ชัดเจน เช่น ฮ่องกง กัวลาลัมเปอร์ โซล ปักกิ่ง รวมถึงกรุงเทพมหานคร
       
       การหิ้วไอแพดมาขายต่อหมายถึงรายได้ที่งดงาม ล่าสุด การสำรวจตลาดมืดไอแพดในเอเชีย พบว่า ไอแพดรุ่นไว-ไฟ ความจุ 16GB แบบพื้นฐานนั้นถูกโก่งราคาจาก 499 เหรียญมาเป็น 700-1,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งแม้จะถูกโก่งราคาแต่พบว่าไอแพดก็ยังถูกจำหน่ายต่อเนื่อง เช่น ในฮ่องกง ไอแพดมียอดจำหน่ายอยู่ที่ราว 15 เครื่องต่อวัน หรือในกัวลาลัมเปอร์ ที่มียอดจำหน่ายหลักร้อยเครื่องต่อเดือน (ข้อมูลจากเอเอฟพี)
       
       
       เชื่อว่าตัวเลขยอดขาย 1 ล้านเครื่องในเวลา 28 วัน ที่แอปเปิลระบุว่าเร็วกว่าไอโฟนที่ต้องใช้เวลาถึง 74 วันจึงจะมียอดขายทะลุล้านนั้น หมายถึงปริมาณการหิ้วไอแพดมาขายต่อที่สูงกว่าการหิ้วไอโฟนมาขายต่อด้วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกับไอโฟนนั้น แอปเปิลจำกัดการซื้อเฉพาะบัตรเครดิตใบละ 2 เครื่อง แต่กับไอแพดนั้นไม่มีข้อจำกัดนี้ ส่งให้การหิ้วเครื่องไปขายต่อสามารถทำได้สะดวกโยธิน
       
       แต่ในประเทศอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักรนั้นไม่มีการขยายตัวของตลาดไอแพดเครื่องหิ้วมากนัก เนื่องจากมีกำหนดวันวางจำหน่ายอยู่แล้วในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ขณะที่ประเทศอื่นๆอย่างออสเตรีย เบลเยียม ฮ่องกง ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์และสิงคโปร์ มีคิววางขายตามหลังในเดือนกรกฎาคม
       
       2.นักพัฒนาซื้อมาลองแอปฯ
       
       เมื่อไอแพดคืออุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานแอปพลิเคชันโดยเฉพาะ นักพัฒนาผู้สร้างแอปพลิเคชันจึงจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนเป็นเจ้าของไอแพดเพื่อทดลองและคิดค้นแอปพลิเคชันใหม่ๆ
       
       เชื่อว่าในไอแพดจำนวน 1 ล้านเครื่องที่ขายไป จะตกไปอยู่ในมือกลุ่มนักพัฒนาเกินหลัก 1,000 ราย คำนวณจากจำนวนแอปพลิเคชันไอแพดและไอโฟนที่ขณะนี้มีจำนวนราว 200,000 แอปพลิเคชันในขณะนี้
       
       เหตุผลข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนไอแพดอย่างถล่มทลาย ล่าสุดยอดการดาวน์โหลดอีบุ๊กบนไอแพดนั้นทะลุหลัก 15 ล้านครั้งแล้ว ขณะที่ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอยู่ที่ 12 ล้านครั้ง เชื่อว่าในจำนวนนี้เป็นการดาวน์โหลดเพื่อทดลองจำนวนไม่น้อย
       
       3.ซื้อเพราะชอบทัชสกรีน
       
       หลายคนบอกว่าไม่ได้ซื้อไอแพดมาเพื่อขายต่อหรือทดลองแอปฯ แต่ซื้อมาใช้งานจริงๆ ซึ่งหากวิเคราะห์แล้วเชื่อว่าเกินกว่าครึ่งของคนกลุ่มนี้หลงใหลฟีเจอร์สัมผัสหรือทัชสุดหวือหวาบนหน้าจอสีสันสวยใสขนาด 9.7 นิ้วของไอแพด
       
       ตรงนี้ต้องยอมรับว่า จอสัมผัสคือหนึ่งในหลายสิ่งที่ทำให้ไอแพดสามารถชนะ “คอมพิวเตอร์พกพา” จนคว้าใจผู้บริโภคได้ โดยการสำรวจพบว่า 44% ของผู้ซื้อไอแพดนั้นตั้งใจใช้ไอแพดแทนคอมพิวเตอร์พกพา ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นเน็ตบุ๊ก
       
       ความแรงของไอแพดเกิดขึ้นในช่วงขาลงของเน็ตบุ๊กพอดี ซึ่งนาทีนี้จะเห็นว่าฟองสบู่เน็ตบุ๊กกำลังจะแตกออก โดยอัตราการเติบโตของเน็ตบุ๊กในปี 2010 เมื่อเทียบกับปี 2009 นั้นคิดเป็นสัดส่วนเติบโตเพียง 5% เท่านั้น น้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตในปี 2009 เทียบกับปี 2008 ที่ทำได้ 641%
       
       นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ชาวอเมริกันไม่ชอบเน็ตบุ๊กเพราะแป้นพิมพ์ขนาดเล็กที่ไม่เหมาะสมกับนิ้วมือขนาดใหญ่ไซส์ฝรั่ง แต่ไอแพดนั้นไม่มีปัญหาเพราะการสัมผัสกับไอคอนที่ง่าย พร้อมกับการสัมผัสนิ้วกับซอฟต์คีย์ก็ทำได้แบบไม่ขัดเขิน แถมไอแพดยังมีความสามารถในการสัมผัสที่เหมาะกับการใช้งานเพื่อเล่นเกมมากกว่าเน็ตบุ๊ก โดยการสำรวจล่าสุดพบว่า 17% ของผู้ซื้อไอแพดตั้งใจนำไอแพดมาใช้แทนอุปกรณ์เกมพกพา
       
       อีก 28% ระบุว่าจะนำไอแพดมาใช้แทนเครื่องอ่านอีบุ๊ก พร้อมกับที่ 41% บอกว่าจะใช้ไอแพดแทนไอพ็อดทัช
       
       ที่น่าสนใจคือ 27% ของผู้ซื้อไอแพดตั้งใจใช้ไอแพดแทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วย
       
       4.ซื้อเพราะแบรนด์แอปเปิล
       
       เหตุผลนี้มีตัวเลขอ้างอิงชัดเจน เพราะการสำรวจพบว่าผู้ซื้อไอแพดราว 3 ใน 4 คือผู้ใช้คอมพิวเตอร์แมคอินทอชอยู่แล้ว แปลว่าผู้ซื้อไอแพดส่วนใหญ่ล้วนเป็นสาวกแอปเปิลซึ่งเป็นไปได้สูงมากที่จะซื้อนานาผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์แอปเปิลแหว่งติดอยู่
       
       ผลสำรวจระบุว่า ราว 2 ใน 3 ของผู้ซื้อไอแพดเป็นผู้บริโภคที่ใช้งานไอโฟนอยู่แล้ว และเกือบทั้งหมดหรือ 99% ของกลุ่มผู้ซื้อไอแพดในวันวางจำหน่ายวันแรกมีแผนจะใช้งานไอแพดคู่กับไอโฟนด้วย
       
       มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่เป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์พีซี
       
       นี่เป็นเหตุผลบางส่วนเท่านั้นที่ทำให้เราพอมองเห็นว่าเหตุใดไอแพดจึงขายดีนักแม้จะมีคำครหาว่าจุดยืนของไอแพดไม่ชัดเจน และยังไม่มีจุดขายที่แข็งพอจะทำให้ผู้บริโภคซึ่งพกพาสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอยู่แล้ว หันมาพกพาไอแพดอีกเครื่อง ในเมื่อไอแพดสามารถพิสูจน์ตัวเองได้เกรียงไกรเช่นนี้ สิ่งที่ต้องลุ้นกันต่อไปก็คือ ล้านที่ 2 ของไอแพดจะเกิดขึ้นเมื่อไร


ที่มา : http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000064481
Pages: [1] 2