Show Posts
Pages: [1] 2 3
1  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / กูเกิลเปิดตัวแผนที่ดิจิตอลเวอร์ชันไทย on: February 27, 2009, 02:38:43 PM
      กูเกิล เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย   ด้วยการนำเสนอแผนที่เสมือนจริงของประเทศไทยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมรองรับการค้นหาข้อมูลทั่วประเทศ
     
       พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มการค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในเวอร์ชันท้องถิ่น ที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการทำงานร่วมกันแก่ผู้ใช้งาน  พร้อมรองรับการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่น กูเกิลจึงได้เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย (http://maps.google.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการค้นหาแบบใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น แผนที่ออนไลน์ ภาพถ่ายดาวเทียม เส้นทางการขับรถ ที่อยู่ และรายชื่อองค์กรธุรกิจ บนเครื่องพีซีหรือโทรศัพท์มือถือ และเป็นภาษาไทย
     
       นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันแบบเปิดกว้างนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้องค์กรธุรกิจ และนักพัฒนาในเมืองไทยสามารถแลกเปลี่ยนแผนที่และความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น เพื่อสร้างภาพรวมของประเทศไทยตามมุมมองและประสบการณ์ของคนไทย พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับถนนหนทาง ที่อยู่ ของบริษัทห้างร้านและองค์กรธุรกิจหลายแสนแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับท้องถิ่นได้อย่างสะดวกรวดเร็วและครบถ้วนสมบูรณ์
     
       Google Maps จะแสดงชื่อสถานที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถสร้างข้อมูลและแบ่งปันให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองไทย ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของแผนที่ประเทศไทยที่ใช้งานง่ายและครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด
     
       นอกจากการค้นหาพิกัดทางภูมิศาสตร์ในระดับท้องถิ่นแล้ว ข้อมูลและเครื่องมือบน Google Maps ประเทศไทย และเว็บไซต์ต่างๆ ยังผสานรวมอย่างกลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ชาวไทย  องค์กรต่างๆ ในเมืองไทย เช่น HSBC (everydaydiningdelight.com), ไอซีเว็บ(bkkmenu.com), โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ , ไทยทิคเก็ตเมเจอร์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แวร์ อิน ไทยแลนด์ และสเปซ ไมเนอร์ สนับสนุนการพัฒนา Google Maps เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาตำแหน่งขององค์กรธุรกิจและสถานที่ที่น่าสนใจ ตรวจสอบกิจกรรมและภาพยนตร์ที่กำลังฉายในละแวกใกล้เคียง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่เพื่อนชาวต่างชาติ  ค้นหาร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ
     
       ผู้บริหารกูเกิลกล่าวว่า กูเกิลมุ่งเน้นการจัดระเบียบข้อมูลของโลก เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ คน การเปิดตัว Google Maps ประเทศไทยครั้งนี้ เป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ตามที่ต้องการเป็นภาษาไทย โดยคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือความบันเทิง Google Maps ประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่รองรับการทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้

 

ผู้จัดการออนไลน์
2  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / สิงคโปร์คว้าแชมป์สุดยอดประเทศนวัตกรรมปี 2009 on: February 27, 2009, 02:36:39 PM
       มูลนิธินวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจัดอันดับให้ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้นำด้านการคิดค้นนวัตกรรมและมีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลกประจำปี 2009 ดึงเกาหลีใต้ลงมาอยู่อันดับ 5 เหนือกว่ายักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 6 ขณะที่แดนปลาดิบคว้าอันดับ 9 ในครอง
     
       มูลนิธิ Information Technology and Innovation Foundation หรือ ITIF ประกาศอันดับประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยนอกจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ประเทศอื่นๆที่ถูกจัดให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกประจำปี 2009 ได้แก่ อันดับที่ 2 สวีเดน, อันดับ 3 ลักเซมเบิร์ก, อันดับ 4 เดนมาร์ก, อันดับที่ 7 ฟินแลนด์ อันดับที่ 8 อังกฤษ และอันดับที่ 10 คือเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือ North American Free Trade Agreement (NAFTA) ซึ่งคลุมพื้นที่ประเทศแคนนาดา เม็กซิโก และสหรัฐฯ
     
       ประเทศใหญ่ๆในเอเชียแปซิฟิกนั้นถูกจัดอยู่ใน 40 อันดับแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย อันดับที่ 19, จีน อันดับที่ 33 ขณะที่อินเดียอยู่ในอันดับที่ 40 โดย 15 ประเทศยุโรปตะวันตกในกลุ่มสหภาพยุโรปหรือที่เรียกรวมว่า EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 18
     
       ITIF เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยการจัดอันดับประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ITIF พิจารณาจาก 16 ประเด็นก่อนจะนำคะแนนมาคำนวณเป็นดัชนีเพื่อจัดอันดับ ได้แก่ ความสามารถของทรัพยกรบุคคล ความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรม การระดมทุน โครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นโยบายเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการจัดการระบบเศรษฐกิจในประเทศ
     
       จุดนี้ ITIF ระบุว่า หากรวบรวมดัชนีคะแนนตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 1999-2009) ประเทศจีนกลับได้คะแนนสูงสุด เหนือกว่าสหรัฐฯที่คิดเป็นลำดับที่ 40 โดยสิงคโปร์จะอยู่ในอันดับ 2 ตามมาด้วยลิธัวเนีย เอสโทเนีย เดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก สโลวาเนีย รัสเซีย ไซปรัส และญี่ปุ่น โดยประเทศอินเดียได้อันดับที่ 14 เกาหลีใต้อยู่ที่ 17 และออสเตรเลียในอันดับที่ 32
     
       ขณะที่ประเทศกลุ่มยุโรป EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 28 หากคำนวณคะแนนตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา
     
       ร็อบ แอดคินสัน (Rob Atkinson) ประธาน ITIF ให้ความเห็นว่า การศึกษาครั้งนี้ยึดหลักพิจารณาความสามารถในการแข่งขันและการคิดค้นนวัตกรรมของแต่ละประเทศโดยใช้ปัจจัยหลายส่วนประกอบกัน ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสามารถด้านเศรษฐกิจหรือนโยบายอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากในภาวะเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน
     
       แอดคินสันบอกว่า แม้ที่ผ่านมาสหรัฐฯจะมีศักยภาพในทุกด้านดีมากหากเทียบกับประเทศอื่นๆในโลก แต่การศึกษาพบว่ามีประเทศมากมายรวมถึงยุโรปที่มีพัฒนาการรวดเร็วกว่าสหรัฐฯ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่าประเทศในกลุ่ม EU-15 จะสามารถแซงหน้าสหรัฐฯในแง่ความสามารถด้านการแข่งขันเชิงนวัตกรรมได้ภายในปี 2020 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า
     
       ไม่ใช่เพียงยุโรป กลุ่ม ITIF ระบุว่า 39 ประเทศที่เหลือใน 40 อันดับสุดยอดประเทศนวัตกรรมล้วนพัฒนาองค์ความรู้และเศรษฐกิจเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วกว่าสหรัฐฯ แน่นอนว่าผลที่เกิดขึ้นคือ ความสามารถในการแข่งขันเชิงนวัตกรรมของสหรัฐฯกำลังจะถึงช่วงขาลงหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป
     
ไม่มีรายชื่อประเทศไทยปรากฏในรายงานของ ITIF


ผู้จัดการออนไลน์
3  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / พานาโซนิก-ฟิลิปส์-โซนี เล็งออกไลเซนส์ Blu-ray แบบเหมาจ่าย on: February 27, 2009, 02:35:43 PM
       ท่ามกลางความหวังให้แผ่น, ภาพยนตร์, เกม และเครื่องเล่นบลูเรย์ (Blu-Ray) มีราคาถูกลงจนผู้บริโภคทั่วไปสามารถซื้อหาได้อย่างสบายใจ ล่าสุดสามยักษ์ใหญ่ผู้สนับสนุนมาตรฐานบลูเรย์อย่างพานาโซนิก (Panasonic), ฟิลิปส์ (Philips) และ โซนี่ (Sony) ระบุว่ากำลังทำงานร่วมกับสมาชิกผู้สนับสนุนมาตรฐานบลูเรย์รายอื่นเพื่อออกเป็นไลเซนส์หรือลิขสิทธิ์การผลิตสินค้าเทคโนโลยีบลูเรย์แบบเหมาจ่ายครบวงจร เชื่อว่าจะสามารถให้ไลเซนส์เหมาจ่ายนี้ได้ภายในกลางปีนี้
     
       การให้ไลเซนส์บลูเรย์ครบวงจรเชื่อว่าจะทำให้สินค้าบลูเรย์ทุกชนิดมีราคาถูกลง เนื่องจากปัจจุบัน การผลิตสินค้าบลูเรย์จะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยีตามชนิดที่ผลิต เช่น บริษัทต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ 9.50 เหรียญสหรัฐหากต้องการผลิตเครื่องเล่นบลูเรย์ (ราว 320 บาทต่อเครื่อง) หรือต้องชำระเงิน 14 เหรียญ (462 บาทต่อเครื่อง) หากต้องการผลิตเครื่องบันทึกดีวีดี แต่หากต้องการผลิตซีดีบลูเรย์ชนิดอ่านอย่างเดียว จะต้องชำระค่าลิขสิทธิ์ 0.11 เหรียญต่อแผ่น (ประมาณ 3.65 บาท) โดยต้องเพิ่มเงินเป็น 0.12 เหรียญ (ประมาณ 4 บาท) หากต้องการผลิตซีดีบลูเรย์แบบเขียนได้ ซึ่งการให้ไลเซนส์แบบเหมาจ่ายครบทุกผลิตภัณฑ์จะทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้ผลิตสินค้าบลูเรย์แบบครบวงจรลดลงได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
     
       การให้ลิขสิทธิ์แบบเหมารวมนี้เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อการขยายตลาดบลูเรย์ เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์ที่ยิบย่อยทำให้สินค้าบลูเรย์มีจำนวนน้อยในตลาดและมีราคาแพง ซึ่งเมื่อต้นทุนด้านลิขสิทธิ์เทคโนโลยีลดลง ผู้ผลิตก็จะมีความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้าหลายชนิดบนเทคโนโลยีบลูเรย์ และสามารถตั้งราคาขายได้ถูกลง ตามข้อมูลที่บอกว่าไลเซนส์ครบวงจรจะทำให้ผู้ผลิตประหยัดค่าไลเซนส์ลงได้กว่า 40 เปอร์เซ็นต์
     
       รายงานระบุว่า การให้ไลเซนส์ผลิตภัณฑ์บลูเรย์ครบวงจรจะดำเนินการโดยบริษัทใหม่ ซึ่งจะเป็นบริษัทอิสระสำหรับจัดการธุรกิจไลเซนส์บลูเรย์โดยเฉพาะ เชื่อว่าจะมีการตั้งสาขาในสหรัฐฯ เอเชีย ยุโรป และลาตินอเมริกา โดยซีอีโอที่จะมารับผิดชอบบริษัทจัดการธุรกิจไลเซนส์บลูเรย์คือ Gerald Rosenthal อดีตผู้บริหารไอบีเอ็มซึ่งดำรงตำแหน่งซีอีโอกลุ่ม Open Invention Network ในปัจจุบัน
     
       นอกจากจะมั่นใจว่าการให้ราคาไลเซนส์บลูเรย์เหมาจ่ายครั้งนี้จะทำให้ตลาดบลูเรย์ขยายตัว Rosenthal ยังเชื่อว่าโครงการนี้จะส่งเสริมให้บริษัทผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายอื่นให้ความสนใจที่จะมาเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนเทคโนโลยีบลูเรย์ ซึ่งจะได้ส่วนแบ่งจากรายได้ค่าลิขสิทธิ์ที่เก็บได้ด้วย โดยผู้ที่ถือลิขสิทธิ์สำหรับผลิตดิสก์บลูเรย์, ดีวีดี และซีดี ล้วนได้รับเชิญให้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนบลูเรย์แล้วในขณะนี้


ผู้จัดการออนไลน์
4  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / คอมมาร์ตอัดงบเพิ่มกระตุ้นยอดซื้อไอที on: February 26, 2009, 02:26:56 PM
เอ.อาร์. เพิ่มงบการตลาด 50% ดันยอด “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009” เผยปีนี้โปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หวังกระตุ้นตลาดให้ผู้ค้าไอที

นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด ผู้จัดงานคอมมาร์ต เปิดเผยว่า การจัดงานคอมมาร์ตไทยแลนด์ 2009 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2552 เวลา 10.00-20.00 น.ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในปีนี้จะมีโปรโมชั่นพิเศษ ลด แลก แจก แถมเป็นพิเศษครั้งแรก ภายใต้คอนเซปต์ “ช้อปเกินคุ้ม ลุ้นทอง ลุ้นรถ” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ค้าไอทีสามารถทำยอดได้ตามเป้าหมายได้

เนื่องจากวิกฤตค้าปลีกไอทีที่ตลาดทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา หลังจากปัญหาการตกต่ำของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ผู้ค้าไอทีไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า

ปีนี้ เอ.อาร์. ได้เพิ่มงบการตลาดและการประชาสัมพันธ์จัดงาน คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009 เกือบ 50% เพื่อสร้างกิจกรรมการตลาดสุดคึกคัก เพิ่มค่าของเงินให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยโปรโมชั่นแจกรถแจกทองคืนกำไรให้ผู้บริโภค และช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้อสินค้าไอทีในราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด โดยในงานครั้งนี้ผู้จำหน่ายสินค้าไอทีทุกแบรนด์ได้ตอบรับเข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นการยืนยันให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่องานคอมมาร์ตได้เป็นอย่างดี

“เพียงแค่ซื้อสินค้าเริ่มต้นที่ 100 บาทขึ้นไป สามารถลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง 4 เส้น/วัน และซื้อสินค้าทุก 3,000 บาท มีสิทธิลุ้นรถ Toyota Vios มูลค่ากว่า 5 แสนบาท จำนวน 1 คัน แพคเกจทัวร์กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ LCD TV ชุด Home Theatre และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย คาดดึงผู้เข้าชมงานได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านราย และสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท

นายปฐม กล่าวต่อว่า ภายในงาน คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009 ยังมีการแสดงเทคโนโลยีที่น่าสนใจ อาทิ การเปิดตัวเทคโนโลยี Intel Nehalem สมบูรณ์แบบครั้งแรกในไทย, i-To โต๊ะทำงานสุดไฮเทค: ครั้งแรกของการโมดิฟายด์โต๊ะสุดแสนธรรมดา ให้กลายเป็นโต๊ะหรรษาสุดไฮเทค ใช้แล้วสุดเพลิน โดย นิตยสาร Commart,ไอทีพยากรณ์: พบเทพธิดาพยากรณ์คนดัง มาแนะนำสินค้าไอทีที่ถูกโฉลกใช้แล้วเฮง ใช้แล้วรวย ได้ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม เวลา 15.00 น. โดยนิตยสาร Computer.today, Commart และ WM, รางวัลCommart Innovation 2009 รางวัลที่มอบให้กับสุดยอดสินค้าที่โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรม โดยนิตยสาร Commart

นายปฐม กล่าวว่า สำหรับ Workshop ปีนี้มีกิจกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง อาทิ ซ่อมได้ง่ายนิดเดียว: เวิร์กชอปที่จะทำให้ทุกคนซ่อม แก้ และทำให้คอมพ์ใช้งานได้อย่างไหลลื่น ด้วยเนื้อหาสุดเด็ดจากหนังสือ Click.today 4.0 “ช่าง 1000 Tips ซ่อมคอมพ์” โดยนิตยสาร Computer.today หรือ รวยฟ้าผ่า:วิธีเพิ่มรายได้ด้วยรูปแบบการหาเงินที่คุณคาดไม่ถึงกับภาคต่อของ

สำหรับบริษัทไอทีเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการจัดงาน “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009” ครั้งนี้ จำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด, บริษัท อไลน์เอนซ์ แอนด์ ลิงค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และมหาวิทยาลัยศรีปทุม
5  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / ยอดขายจอแอลซีดีตกเป็นครั้งแรก on: February 26, 2009, 02:26:20 PM
บริษัทวิจัย DisplaySearch ประกาศผลวิจัยตลาดแอลซีดีมอนิเตอร์ทั่วโลกประจำไตรมาส 4 หรือเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา พบว่าหน้าจอแอลซีดีสำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเกมหรือคอมพิวเตอร์พีซีกลับมียอดจำหน่ายลดลง 7.4 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 3 คิดเป็นสัดส่วนลดลง 8.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า ทำสถิติเป็นไตรมาสแรกที่ยอดขายแอลซีดีในไตรมาส 4 ของปีลดลง
     
       ท่ามกลางการขยายตัวของตลาดโทรทัศน์คุณภาพสูงหรือ HDTV ยอดขายแอลซีดีมอนิเตอร์ตลอด 3 เดือนสุดท้ายของปี 2008 มีจำนวนลดลงเหลือ 39.6 ล้านเครื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยอดจำหน่ายลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าคิดเป็นสัดส่วน 9 เปอร์เซ็นต์ โดยลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2007 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 8.1 ล้านเครื่องเท่านั้น
     
       การสำรวจของ DisplaySearch พบว่า แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์เพิ่มขึ้นคือสองผู้นำในตลาดอย่างซัมซุง (Samsung) และเอเซอร์ (Acer) โดยซัมซุงมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์แบบปีต่อปี ได้ส่วนแบ่งตลาด 15.5 เปอร์เซ็นต์ไปครอง เบอร์ 2 อย่างเดลล์ (Dell) มียอดจำหน่ายลดลง 19 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดคือ 12.5 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 เป็นเอชพี (HP) ทำส่วนแบ่งตลาดได้ 11.8 เปอร์เซ็นต์
     
       อันดับที่ 4 คือแอลจี (LG) ส่วนแบ่งตลาด 9.2 เปอร์เซ็นต์ ไม่หนีห่างจากเบอร์ 5 อย่างเอเซอร์ ซึ่งมียอดจำหน่ายเติบโตปีต่อปีถึง 9 เปอร์เซ็นต์ ส่งให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นถึง 8.0 เปอร์เซ็นต์
     
       การสำรวจของ DisplaySearch พบว่าสาเหตุของยอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์ที่ลดลงไม่ได้มาจากความต้องการในตลาดที่ลดลงเท่านั้น แต่อยู่ที่การควบคุมสายการผลิตของบริษัทผู้ผลิตด้วย โดยไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ตลาดมีผลิตภัณฑ์แอลซีดีมอนิเตอร์ในตลาดน้อยกว่าที่คาดการณ์มาก ดังนั้นการควบคุมการผลิตจึงมีผลต่อการชะลอตัวของตลาดมากกว่าความต้องการในตลาดที่ลดลง
     
       แม้ตลาดในประเทศอื่นจะมียอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์ลดลง แต่จีนกลับเป็นประเทศเดียวที่มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วนเติบโต 11 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 3
     
       ไม่เพียงแอลซีดีมอนิเตอร์ DisplaySearch เชื่อว่ายอดจำหน่ายแอลซีดีทีวีจะมีแนวโน้มลดจำนวนลงในปีนี้ด้วย


ข่าวจาก: ผู้จัดการออนไลน์
6  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / เอเซอร์ปรับตัวยุค ศก.ซบ เพิ่มบริการหลายหลายเอาใจลูกค้า on: February 26, 2009, 02:25:27 PM
นายโสภณ ปานฉิม ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่าในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ลูกค้าทั่วไป และลูกค้าองค์กร ต้องการต่ออายุการประกันเครื่องคอมพิวเตอร์มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อเครื่องและซ่อมเครื่องในกรณีที่หมดประกัน เพราะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า เพื่อเป็นการรับสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทฯจึงเปิดแพคเกจต่ออายุประกันแก่ลูกค้าเพื่อสนองความต้องการ โดยเบื้องต้นลูกค้าทั่วไปสามารถเพิ่มอายุประกันได้ 3 ปี จากเดิมบริษัทฯให้ประกันไว้ 1 ปี ส่วนลูกค้าองค์กรต้องการต่อประกันเป็น 4-5 ปี จากเดิมให้ประกันไว้ 3 ปี

ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บ.เอเซอร์ฯ กล่าวต่อว่า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าบริษัทฯจะเข้าไปเสนอบริการต่อประกันให้กับลูกค้าในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี และอยุธยา  เพราะบริษัทฯเชื่อว่าลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยตรง จึงไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายจากการจัดซื้อและซ่อมเครื่องใหม่ นอกจากนี้ ในปี2552 เอเซอร์แคร์จะเน้นการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น โดยเพิ่มคุณภาพ บริการนอกสถานที่ (ออนไซท์ เซอร์วิส) ไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กร

นายโสภณ กล่าวอีกว่า การรองรับการขยายบริการออนไซท์ เซอร์วิส บริษัทฯได้เพิ่มพนักงาน เป็น 400 คน ในปีนี้ พร้อมจัดสรรงบประมาณ จำนวน 10 ล้านบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน และแต่งตั้งร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเอเซอร์เดิมให้เป็นศูนย์ภายใต้ชื่อ AASC จำนวน 100 ศูนย์ เพื่อเพิ่มจุดให้บริการในส่วนภูมิภาคมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมีบริการโฮม เดลิเวอร์รี่ ในกรุงเทพและ ปริมณฑลสำหรับลูกค้าทั่วไปที่อาศัยอยู่ไม่เกิน 50 กม.จากศูนย์บริการ นอกจากนี้ เอเซอร์ได้เพิ่มบริการแอนตี้ไวรัส สำหรับลูกค้าองค์กรอีกด้วย

“ปัจจุบัน เอเซอร์มีศูนย์บริการลูกค้าทั้งหมด 16 แห่ง แบ่งเป็นเขตกรุงเทพ 7 แห่ง และในต่างจังหวัดอีก 9 แห่ง ปีนี้ เอเซอร์แคร์ จะเพิ่มการขายบริการเสริมเพื่อเพิ่มรายได้และทางเลือกแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น และเอเซอร์ จะไม่เน้นขายแบรนด์ตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นขายแบรนด์อื่นเพิ่มเติมด้วย”ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บ.เอเซอร์ฯ กล่าว

ข่าวจาก: ไทยรัฐ
7  ความรู้ และ ตารางเรียน / ความรู้เรื่อง SEO และโปรโมทเว็บไซต์ / ศัพท์ SEO น่ารู้ on: February 22, 2009, 12:25:15 PM
- Robot = หุ่นยนต์ ในที่นี้หมายถึงหุ่นยนต์ที่เป็นเครื่องมือของ Search Engine ใช้ติดตามข้อมูลต่าง ๆ สำหรับจัดเก็บในระบบฐานข้อมูล
- Index = การรวบรวมข้อมูล และจัดเก็บสำหรับการสืบค้น
- Hyperlink = การเชื่อมโยงหลายมิติ หรือ เส้นทางการเดินทางของข้อมูลจาหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่ง
- Backlinks คือ Links ที่เชื่อมโยงเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา บางครั้งเรียกว่า Incoming Links หรือ Link Popularity
- ODP ย่อมาจาก The Open Directory Project คือ Web Directory ที่พัฒนาขึ้นโดย Netscape โดยมากรู้จักกันในชื่อ DMOZ (Directory.MOZilla.org)
- Hidden Text คือ การซ่อนข้อความ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การทำสีตัวอักษรกับสีพื้นหลังเป็นสีเดียวกัน
- Hidden Links คือ การซ่อนลิงค์ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การใช้ style=”display:none” ครอบแท็กของ Hyperlinks
- Spam Keyword คือ การทำหน้าเว็บที่มีแต่ Keyword มากมาย
- Duplicate Content คือ การคัดลอกหน้าเว็บให้เหมือนกัน เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าของเว็บแบบไม่มีคุณภาพ
- Doorway คือ การส่ง Robot ของ Search Engine ไปในหน้าที่มีแต่ Keyword ก่อนแสดงผลหน้าเว็บที่มีเนื้อหา
- Cloaking คือ การทำหน้าเว็บที่แสดงผลแตกต่างกัน เมื่อถูกเรียกโดย Robot ของ Search Engine และผู้เข้าชมเว็บทั่ว ๆ ไป (แสดงผลให้คนอย่างหนึ่ง ให้บอทอย่างหนึ่ง)
- Sneaky Redirects คือ การเปลี่ยนการแสดงผลจากหน้าหนึ่ง ไปอีกหน้าหนึ่งอย่างรวดเร็ว
8  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / ทีโอทีแจงศูนย์ ISOC ใช้งบ 43 ล้าน ย้ำเรียกเก็บไอซีทีจนครบ on: February 22, 2009, 12:19:25 PM
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที กล่าวว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้ตั้งงบประมาณประจำปี 2552 จำนวน 80 ล้านบาท ในการจัดทำศูนย์ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต (ISOC: Internet Security Operation Center) โดยว่าจ้างให้ทีโอทีเป็นผู้จัดซื้ออุปกรณ์และซอฟต์แวร์เพื่อติดตั้งภายในศูนย์ฯ ทั้งนี้ ทีโอทีได้ใช้งบประมาณจัดทำห้องดังกล่าวแล้วจำนวน 43.65 ล้านบาท

กรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที กล่าวต่อว่า รูปแบบการชำระเงินของกระทรวงไอซีทีในการว่าจ้าง จะชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน โดยเบื้องต้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเช่า เช่น กระทรวงเช่าพื้นที่ทีโอทีระยะเวลา 3 ปี จะคิดค่าเช่าเดือนละ 1-2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีโอทีได้อัตราค่าเช่าต่อกระทรวงไอซีที ซึ่งสอดคล้องและครอบคลุมกับงบประมาณที่ลงทุนไป โดยกระทรวงไอซีที จะตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาอัตราค่าเช่าที่เหมาะสมให้กับทีโอที โดยคำนึงถึงราคาอุปกรณ์ ค่าดำเนินการติดตั้ง ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา และค่าเช่าบริการเครือข่าย ทั้งนี้ หากกระทรวงไอซีทีต้องการย้ายศูนย์ ISOCไปอยู่ที่ศูนย์ราชการ ทีโอทีสามารถดำเนินการย้ายให้ได้ทันที

นายวรุต กล่าวอีกว่า การลงุทนขยายระบบและติดตั้งอุปกรณ์ศูนย์ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต นั้นประกอบด้วย ค่าเช่าบริการเครือข่ายและค่าเช่าศูนย์ Internet Data Center พร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานรับแจ้งเบาะแสและสืบค้นข้อมูล ระบบการใช้งานเพื่อการสืบค้น จำนวน 1 ระบบ ระบบจัดเก็บข้อมูลและสืบค้นข้อมูลเบาะแส พร้อมอุปกรณ์วิเคราะห์กระแสข้อมูล จำนวน 1 ระบบ อุปกรณ์เครือข่าย จำนวน 1 ระบบ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางเครือข่ายของห้องปฏิบัติการฯ จำนวน 1 เครื่อง

 “ปี 2551 ทีโอทีได้ดำเนินการติดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีในระยะแรกเสร็จแล้วที่ศูนย์ราชการโดยใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท ต่อมามีการเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงไอซีที เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเปิดศูนย์ ISOC ที่ชั้นไอซีที 2 ตึกทีโอที 9 (ที่ตั้งปัจจุบันของกระทรวงไอซีที) เพื่อให้ปฎิบัติงานได้ 24 ชม.” กรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที กล่าว

นายวรุต กล่าวด้วยว่า ศูนย์ ISOC จะเก็บฐานข้อมูลเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านใหญ่ๆ คือ การเฝ้าระวังทางด้านชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เฝ้าระวังทางด้านขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม และเฝ้าระวังทางด้านเกมออนไลน์ การพนันทางอินเทอร์เน็ต โดยอุปกรณ์ที่ทีโอทีติดตั้งประกอบด้วยจอแสดงข้อมูลหรือภาพขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า 12 ช่องทาง จอแสดงภาพขนาดกลางไม่น้อยกว่า 6 ช่องทาง ระบบควบคุมการแสดงผลและอุปกรณ์การประชุม
 

ข่าวจาก :  ไทยรัฐ
9  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / ทรูมูฟแจงปัญหาไอโฟน ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคมั่นใจทำตาม กม. on: February 22, 2009, 12:18:20 PM
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2552 ที่ผ่านมา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (คบท.) และคณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนและบริการประชาชน ได้มีการประชุม และมีมติชี้ว่า การจำหน่ายและการให้บริการมือถือไอโฟน 3G (iPhone 3G) ของบริษัททรูมูฟ จำกัด ที่เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทแอปเปิ้ล ให้จัดจำหน่ายไอโฟนในประเทศไทย เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค และกระทำผิดกฎหมายโทรคมนาคม ตามที่มีข่าวปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ ไปนั้น ล่าสุด บริษัททรูมูฟ ได้ออกประกาศชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (19 ก.พ.) บริษัท ทรู มูฟ จำกัด ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)  เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการ สบท.และอนุกรรมการฯ กรณีการให้ข่าวแก่สื่อมวลชน เกี่ยวกับการจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน 3G ด้วยข้อความที่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และเกิดความรู้สึกไม่ดีกับการจัดจำหน่ายไอโฟน 3G ตลอดจนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในการประกอบธุรกิจของบริษัทอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริษัททรูมูฟ ได้ออกประกาศชี้แจงข้อเท็จจริงว่า  ทรูมูฟ จัดงานเพื่อให้ผู้สั่งจองมารับพร้อมส่งมอบเครื่อง ไอโฟน 3G เครื่องแรกในไทยให้ผู้สั่งจอง เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2552 ที่ผ่านมา ที่ห้องรอยัล พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีการลักลอบนำเข้าเครื่องไอโฟน จำนวนมากเข้ามาในประเทศแบบผิดกฎหมาย หรือ “ของเถื่อน” เพราะหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ขณะที่เครื่องไอโฟน ของทรูมูฟเป็นการนำเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้อง โดยเสียภาษีอากรตามกฎหมายทุกประการ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าทรูมูฟเอารัดเอาเปรียบผู้ใช้บริการ

ประกาศของทรูมูฟระบุต่อไปว่า ที่ผ่านมาทรูมูฟได้ให้ความร่วมมือกับ กทช.ในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ เจ้าหน้าที่ของ กทช. รวมทั้ง สบท.ได้รับทราบข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่าย ในการให้บริการดังกล่าวชัดเจนแล้ว แต่ไม่เคยแจ้งกลับมาให้ทรูมูฟทราบว่า การจัดจำหน่ายและการให้บริการดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายอย่างไร แต่กลับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกล่าวหาทรูมูฟ ว่าทำผิดกฎหมาย และเอาเปรียบผู้บริโภคมาโดยตลอด ถือเป็นการทำลายธุรกิจทำให้ทรูมูฟเสียชื่อเสียง และภาพลักษณ์อย่างร้ายแรง จนทำให้ประชาชนทั่วไป สับสน และขาดความเชื่อมั่นในการใช้บริการ

ประกาศฉบับเดียวกันระบุอีกว่า กรณีที่มีการกล่าวหาว่า ทรูมูฟบังคับให้ผู้บริโภคต้องใช้ไอโฟน และใช้บริการทรูมูฟ อีกทั้งกล่าวหาว่า ทรูมูฟเลือกปฏิบัติ แบ่งแยกหรือกีดกัน ผู้ใช้บริการ เนื่องจากลูกค้าทรูมูฟเท่านั้นที่ซื้อเครื่อง และสมัครใช้บริการ Package Basic รวมทั้งกำหนดอัตราค่าบริการที่แตกต่างกันนั้น ไม่เป็นความจริง ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อเครื่องเปล่า เพื่อนำไปใช้บริการโทรศัพท์กับผู้ประกอบการรายอื่นได้ แต่การที่ทรูมูฟทำแพ็คเกจส่งเสริมการขาย ลูกค้าจะได้รับบริการข้อมูลแบบคุ้มค่า อีกทั้งทรูมูฟไม่ต้องการให้บุคคลอื่นนำไอโฟนที่นำเข้าแบบผิดกฎหมาย มาใช้ในโครงข่ายของทรูมูฟ เพราะไม่สนับสนุนให้มีการหลีกเลี่ยงภาษี อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนเหตุที่อัตราค่าบริการมีความแตกต่างกัน เนื่องจากเครื่องแต่ละรุ่น ได้แก่ iPhone 8G และ iPhone 16G มีหน่วยความจำ และความสามารถในการใช้งานต่างกันมาก ฉะนั้นอัตราค่าบริการจึงต้องมีอัตราที่แตกต่างกัน

“กรณีที่มีการกล่าวหาว่า เงื่อนไขการตลาดของทรูมูฟขัดต่อประกาศ กทช. ข้อ 15 เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 เนื่องจากการเช่าเครื่องโดยวิธีผ่อนชำระจะมีราคาถูกกว่าการซื้อเครื่องเปล่า ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะเงื่อนไขดังกล่าว ทรูมูฟปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย และประกาศ กทช.มาตลอด หากผู้บริโภคต้องการยกเลิกการใช้บริการ ก่อนครบกำหนดสัญญาสามารถกระทำได้ แต่กรณีการชำระค่าเครื่องที่ธนาคารได้ชำระแทนผู้ใช้บริการไปแล้วนั้น  ผู้ใช้บริการมีหน้าที่จะต้องชำระเงินค่าเครื่องให้กับธนาคาร ที่ผู้ใช้บริการได้ทำสัญญาผูกพันไว้ต่อไป  เนื่องจากทรูมูฟไม่สามารถก้าวล่วงสัญญาระหว่างธนาคารกับผู้ใช้บริการได้” ประกาศของทรูมูฟระบุ

ประกาศของทรูมูฟแจ้งด้วยว่า ทรูมูฟขอชี้แจงว่า ขณะทำสัญญากับธนาคาร เพื่อซื้อเครื่องไอโฟน ผู้ใช้บริการได้อ่าน และเข้าใจเงื่อนไข โดยไม่มีการบังคับ ขู่เข็ญ หรือหลอกลวงผู้ใช้บริการแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ประชาชนซื้อเครื่องและใช้บริการไอโฟนของทรูมูฟโดยวิธีการผ่อนชำระเป็น รายเดือน จะมีอัตราค่าบริการถูกกว่าการซื้อเครื่องเปล่านั้น เป็นเรื่องปกติในการส่งเสริมการขาย เพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น โดยการขายสินค้าในราคาพิเศษ เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของประชาชนที่เลือกใช้บริการทรูมูฟ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ทำ

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อ นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา  ผู้อำนวยการ สบท.ที่ถูกบริษัททรูมูฟ จำกัด ยื่นหนังสือให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่นั้น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อ ผอ.ของ สบท.ได้
 

ข่าวจาก :  ไทยรัฐ
10  ความรู้ และ ตารางเรียน / ความรู้เรื่อง PHP และ MySQL / ความเป็นมาของ PHP on: February 19, 2009, 02:23:47 PM
PHP เกิดในปี 1994 โดย Rasmus Lerdorf โปรแกรมเมอร์ชาวสหรัฐอเมริกาได้คิดค้นสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาเว็บส่วนตัวของเขา โดยใช้ข้อดีของภาษา C และ Perl เรียกว่า Personal Home Page และได้สร้างส่วนติดต่อกับฐานข้อมูลชื่อว่า Form Interpreter ( FI ) รวมทั้งสองส่วน เรียกว่า PHP/FI ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นของ PHP มีคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเขาแล้วเกิดชอบจึงติดต่อขอเอาโค้ดไปใช้บ้าง และนำไปพัฒนาต่อ ในลักษณะของ Open Source ภายหลังมีความนิยมขึ้นเป็นอย่างมากภายใน 3 ปีมีเว็บไซต์ที่ใช้ PHP/FI ในติดต่อฐานข้อมูลและแสดงผลแบบ ไดนามิกและอื่นๆ มากกว่า 50000 ไซต์

PHP เป็นภาษาสคริปต์ที่ประมวลผลที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ แล้วส่งผลลัพธ์ไปแสดงผลที่ฝั่งไคลเอ็นต์ผ่านบราวเซอร์เช่นเดียวกับ CGI และ ASP ต่อมาเมื่อมีผู้ใช้มากขึ้นจึงมีการร้องขอให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพของ PHP/FI ให้สูงขึ้น Rasmus Lerdorf ก็ได้ผู้ที่มาช่วยพัฒนาอีก 2 คนคือ Zeev Suraski และ Andi Gutmans ชาวอิสราเอล ซึ่งปรับปรุงโค้ดของ Lerdorf ใหม่โดยใช้ C++ ต่อมาก็มีเพิ่มเข้ามาอีก 3 คน คือ Stig Bakken รับผิดชอบความสามารถในการติดต่อ Oracle, Shane Caraveo รับผิดชอบดูแล PHP บน Window 9x/NT, และ Jim Winstead รับผิดชอบการตรวจ ความบกพร่องต่างๆ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Professional Home Page

PHP3 ได้ออกสู่สายตาของนักโปรแกรมเมอร์เมื่อ มิถุนายน 1998 ที่ผ่านมาในเวอร์ชั่นนี้มีคุณสมบัติเด่นคือสนับสนุนระบบปฏิบัติการทั้ง Window 95/98/ME/NT, Linux และเว็บเซร์ฟเวอร์ อย่าง IIS, PWS, Apache, OmniHTTPd สนับสนุน ระบบฐานข้อมูลได้หลายรูปแบบเช่น SQL Server, MySQL, mSQL, Oracle, Informix, ODBC

เวอร์ชั่นล่าสุดในปัจจุบันคือ PHP4 ซึ่งได้เพิ่ม Functions การทำงานในด้านต่างๆให้มากและง่ายขึ้นโดย Zend ซึ่งมี Zeev และ Andi Gutmans ได้ร่วมก่อตั้งขึ้น ( http://www.zend.com ) ในเวอร์ชั่นนี้จะเป็น compile script ซึ่งในเวอร์ชั่นหน้านี้จะเป็น embed script interpreter ในปัจจุบันมีคนใช้ PHP สูงกว่า 5,100,000 sites แล้วทั่วโลก ผู้พัฒนาได้ตั้งชื่อของง PHP ใหม่ว่า PHP: Hypertext Preprocessor ซึ่งหมายถึงมีประสิทธิภาพระดับโปรเฟสเซอร์สำหรับไฮเปอร์เท็กซ์
11  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / เอชทีซี เปิดตัว HTC Touch 3G สองสีใหม่ on: February 19, 2009, 02:20:45 PM
เอชทีซี เปิดฤดูกาลแห่งเดือนกุมภาพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจกับ HTC Touch 3G สีใหม่ที่ดูหรูหรา คือ สีทองประกาย และสีน้ำตาลช็อคโกแลต มาพร้อมกับเทคโนโลยี TouchFLO™ เจนเนอเรชั่นใหม่ และรูปลักษณ์เพรียวบางลงทำให้ง่ายต่อการใช้งานด้วยมือเดียว โดยสามารถเรียกใช้งานสมุดรายชื่อ มีเดีย เข้าอินเทอร์เน็ต ด้วยความเร็วสูงและแม่นยำ

ด้วยคู่สองสีใหม่จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ตามใจคุณเองวันนี้ ด้วยสัมผัสแห่งรักและความสมบูรณ์แบบ สัมผัสประสบการณ์ดูรูปภาพจากหน้าจอ QVGA ความละเอียด 2.8 นิ้ว จากระบบหน้าจอสัมผัส หรือจะใช้เป็นสำนักงานเคลื่อนที่บน Touch 3G จากระบบ Windows Mobile® 6.1 Professional ที่ทำให้คุณส่งอีเมล์ และจัดการงานรวมถึงสร้างเอกสารได้ง่ายขึ้น

ถ่ายภาพและวิดีโอระดับคุณภาพด้วยกล้องดิจิตอล 3.2 เมกะพิกเซล และไม่ต้องกังวลกับหน่วยความจำที่เหลือ เพราะมีช่องขยายหน่วยความจำ  microSD™ เพิ่มเติมได้สูงสุด 16 กิกะไบต์ ต่อเชื่อมโลกไซเบอร์ผ่านไว-ไฟ และโหลดเว็บเพจด้วยบรอดแบนด์ความเร็วสูง 3.5G ซึ่งให้ความเร็วสูงกว่า 3G มาตรฐานได้สูงสุดถึง 18 เท่า ท่องเว็บไซต์แบบเต็มหน้าจอ ดูวิดีโอยูทูบ แผนที่นำทางด้วยระบบนำร่อง GPS และได้รับข่าวสารอัพเดตสม่ำเสมอผ่านระบบ RSS

ราคา และการวางจำหน่าย
HTC Touch 3G สีทองประกาย และสีน้ำตาลช็อคโกแลต วางจำหน่ายสุดสัปดาห์นี้ ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตัว สนนราคา 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
12  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / เนคเทค-ไมโครซอฟท์ มองไกลมุ่ง วิจัยพัฒนาซอฟต์แวร์ on: February 19, 2009, 02:19:05 PM
ศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือเนคเทค และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู เรื่องการร่วมวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านงานวิจัยและพัฒนาของเนคเทค ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ เพื่อพัฒนาสู่การใช้งานที่เปิดกว้าง ข้ามแพล็ตฟอร์ม

นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า เนคเทคมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะขยายความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จากเดิมที่เป็นความร่วมมือระหว่างคลัสเตอร์ภายในเนคเทค ทั้งนี้ เพื่อให้การวิจัยและพัฒนามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการนำไปใช้พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเริ่มต้นด้วยโครงการวิจัย 4 โครงการ ได้แก่ 1. เทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ 2.โครงการ ดิจิไทย การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการแก้ปัญหาจราจร 3.การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการทดสอบระบบ และ4.การประยุกต์ใช้ในภาครัฐและเอกชน พร้อมขยายความร่วมมือสู่งานวิจัยอื่นๆ ในอนาคต ตอกย้ำศักยภาพการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ของประเทศไทย

ผอ.เนคเทค กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยแล้วการลงทุนทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นต้นทุนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างงาน และปัจจัยอื่นอันจะนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม การลงทุนทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาให้ประสบความสำเร็จโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้น หากมีการผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยนำความชำนาญที่มีอยู่มาเสริมกันและกัน จะก่อให้เกิดการลงทุนทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงและยั่งยืน

นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ครั้งนี้ มีการนำเทคโนโลยีไมโครซอฟท์มาช่วยพัฒนาการวิจัยถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยผลักดันการพัฒนาประเทศด้วยไอที ทั้งโครงการปัจจุบันและในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียดความร่วมมือเรื่อง การร่วมวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ ระหว่างศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (เนคเทค) และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกจะมี 2 แนวทาง ได้แก่ เทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ และ เทคโนโลยีสำหรับสารดิจิทัลประเทศไทย หรือดิจิไทย ภายใต้แนวคิดที่จะเตรียมความพร้อมนำสังคมไทยสู่โลกดิจิทัล เพื่อเป็นการสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

ด้าน นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศ ถือเป็นพันธกิจหลักที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่างๆ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยและทรัพยากรในประเทศ โดยในแง่ของเทคโนโลยีนั้น มุ่งเน้นเรื่องของความสามารถในการทำงานร่วมกันที่แตกต่าง อีกทั้ง นำจุดเด่นมาเสริมกันและกัน เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาใหม่ๆ ที่ไม่มีข้อจำกัด สำหรับความร่วมมือนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญระหว่างหน่วยงานรัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย กับความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี และนำไปสู่การพัฒนาประเทศด้วยงานวิจัยที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงต่อไป
 

ข่าวจาก :  ไทยรัฐ
13  ความรู้ และ ตารางเรียน / ความรู้เรื่อง SEO และโปรโมทเว็บไซต์ / What is Web Directory ? (Web Directory คือ อะไร ?) on: February 15, 2009, 11:08:00 AM
Web Directory (เว็บไดเรคทอรี่) หรือ Directories บางทีเรียกว่า Link Directory คือ ระบบที่เก็บรวบรวมเว็บไซต์ไว้เป็นหมวดหมู่ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มออกเป็นหมวดหมู่ย่อย ๆ ได้ด้วย เว็บที่ถูกบันทึกในแต่ละกลุ่ม จะต้องมีหัวเรื่องหรือเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน เว็บไดเรคทอรี่บางแห่งทำหน้าที่เป็น Search Engine ในตัวเองด้วย บางแห่งมีฟังก์ชั่นให้โหวตหาคะแนนนิยมของเว็บเพื่อจัดอันดับ

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็น Web Directory มีดังนี้
- http://www.dmoz.org/
- http://www.directory-index.net/


การเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่เว็บไดเรคทอรี่ (Add URL)

ในอดีตการเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่เว็บไดเรคทอรี่ สามารถทำได้ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันการที่มี Link อยู่ในเว็บไดเรคทอรี่ดี ๆ หลายที่ถือว่าเป็นผลดีกับการทำ SEO จึงทำให้การเพิ่มชื่อ

เว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของ Web Directory ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

Free Submission คือ Web Directory ที่ยอมให้เพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ฟรี!)
Reciprocal Link คือ Web Directory ที่ต้องทำ Link กลับมาก่อนจึงจะสามารถเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลได้
Paid Submissions คือ Web Directory ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ฐานข้อมูลเว็บไดเรคทอรี่
แม้ว่าปัจจุบันเว็บไซต์ไดเรคทอรี่ ถูกลดบทบาทและความสำคัญจาก Search Engine อันเนื่องมาจากความไม่เท่าเทียมกันจากการ ซื้อ - ขาย Links แต่ Backlinks ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO อยู่ดี

พิมพ์มาจนจบ สุดท้ายขอเฉลยว่า พระรองของการทำ SEO คือ การเพิ่มชื่อเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้น เข้าไปสู่ระบบฐานข้อมูลของ Web Directory นั่นเองครับ


http://seo.siamsupport.com/blog/web-directory
14  หมวดหมู่ทั่วไป / พูดคุยทั่วไป - General Discussion / ไมโครซอฟท์ เล็งเปิดร้านค้าปลีก on: February 15, 2009, 11:04:11 AM
ไมโครซอฟท์ คอร์ป เตรียมเปิดร้านค้าปลีกขายสินค้าในเครือ เดินตามรอยความสำเร็จแอปเปิล คู่แข่งรายสำคัญ
 รอยเตอร์ ระบุว่า บริษัทซอฟต์แวร์เบอร์ 1 ของโลก ผู้ผลิตเครื่องเล่นวิดีโอเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับร้าน ทั้งส่วนของจำนวนสาขา  เวลาที่จะเปิด หรือสินค้าที่จำหน่ายในร้าน โดยเดวิด พอร์ทเตอร์ อดีตผู้บริหารฝ่ายแอนิเมชั่นของดรีมเวิร์คส์ และลูกหม้อวอล-มาร์ต ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายร้านค้าปลีก ของไมโครซอฟท์ จะเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ ที่ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ “วิสต้า” ได้รับการตอบรับน้อย กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากแอปเปิล ซึ่งกำลังรุกเข้ามาในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากขึ้น พร้อมเป็นผู้นำในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลด้วยการนำเสนอสินค้าไอพอด

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยีผู้บริโภคหันมาเล่นบทบาทในธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น แม้ว่าจะมีความเสี่ยงหลายประการจากการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างจากธุรกิจหลักคือการผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทั้งนี้แอปเปิล เผชิญกับความเคลือบแคลงสงสัยอย่างมากเมื่อบริษัทเริ่มเปิดร้านค้าปลีกในปี 2544 แต่ 8 ปีต่อมา  แอปเปิลมีร้านสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วโลก ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายคอมพิวเตอร์แมค ไอพอด และไอโฟน

ร้านแอปเปิล ที่ออกแบบได้ดึงดูดสายตาผู้บริโภค พร้อมพนักงานขายที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี และ “จีเนียส บาร์” ซึ่งให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค ทำให้แอปเปิลสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ทำให้สินค้าปะปนไปกับสินค้าอิเล็กทรอนิคส์อื่นๆ

นอกจากแอปเปิลแล้ว โซนี่ คอร์ป และโบส คอร์ป มีร้านค้าปลีกของบริษัทเช่นกัน

ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ
15  ความรู้ และ ตารางเรียน / ความรู้เรื่อง SEO และโปรโมทเว็บไซต์ / การแบ่งประเภทของการทำ SEO on: February 14, 2009, 12:48:04 PM
การทำ SEO ถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

White Hat SEO (SEO หมวกสีขาว)

การทำ SEO ประเภท White Hat คือ การทำเว็บคุณภาพ และทำ SEO โดยยึดแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ Search Engine หลาย ๆ ค่ายแนะนำไว้ ซึ่งควรมีลักษณะดังนี้
- หลีกเลี่ยงการทำ Hidden text หรือ Hidden Links
- หลีกเลี่ยงการทำ Doorway
- ไม่ทำ Spam Keyword
- ไม่ทำ Duplicate Content
- ไม่ทำ Cloaking หรือ Sneaky Redirects

Black Hat SEO (SEO หมวกสีดำ)

การทำ SEO ประเภท Black Hat คือ การทำ SEO โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้ประโยชน์ทาง SEO โดยไม่สนใจถึงความเหมาะสม ตามลักษณะที่ตรงข้ามกับการทำ White Hat SEO ทุกประการ (ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง)

นอกจากหมวกขาวและหมวกดำแล้ว ในปัจจุบันยังมีการแบ่งประเภทแบบไม่เป็นทางการอีก 1 ประเภท คือ Gray Hat SEO (SEO หมวกสีเทา) ที่ทำ SEO แบบกึ่งหมวกขาวและหมวกดำ
ตัวอย่างเช่น การทำ Spam Keyword โดยการแต่งประโยคที่มี Keyword อยู่ในประโยคมาก ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำ Black Hat SEO จะได้ผลเร็ว แต่ก็มักจะได้ผลแค่ระยะสั้น ๆ จึงขอสนับสนุนให้นัก SEO ทุกท่านทำเว็บด้วย White Hat SEO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวครับ

Pages: [1] 2 3